โด่ไม่รู้ล้ม

ลักษณะโด่ไม่รู้ล้ม มีใบเป็นใบเดี่ยวอยู่บริเวณเหนือเหง้าติดกันเป็นวงกลม เรียงสลับชิดกันอยู่ เป็นกระจุก คล้ายกุหลาบซ้อนที่โคนต้น ลักษณะของใบเป็นรูปหอกหัวกลับ ขอบใบหยักหรือเป็นจักคล้ายฟันเลื่อยห่าง ๆ มีเส้นแขนงของใบประมาณ 12-15 คู่ ส่วนของใบที่ค่อนไปทางปลายจะผายกว้าง แล้วสอบเป็นแหลมทู่ ๆ ส่วนโคนใบจะสอบแคบจนถึงก้านใบ มีเนื้อใบหนาสาก ผิวใบจะมีขนสากเล็ก ๆ สรรพคุณ – ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง ด้วยการใช้รากต้มเป็นน้ำดื่ม – ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย (ใบ) ที่มา : https://medthai.com/โด่ไม่รู้ล้ม/

มะขามป้อม

ลักษณะมะขามป้อม เป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับมะยม เป็นผลไม้ที่เลื่องชื่อในด้านของการมีวิตามินซี ที่สูงมาก ช่วยป้องกันโรคหวัดได้ดี เป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 8-20 เมตร มีผลกลมเกลี้ยง เนื้อหนาสีเขียว ที่ผิวมีรอยแยกตามยาว แบ่งเป็น 6 ซีก ผลแก่สีเขียวอมเหลือง ผิวใส ชุ่มน้ำ มีรสเปรี้ยวและฝาด สรรพคุณ – แก้กระหาย ช่วยลดอาการกระหายน้ำได้ เพียงแค่นำผลมะขามป้อมมาเคี้ยว ให้น้ำซึมออกมา ก็ช่วยลดอาการคอแห้งได้แล้ว – บรรเทาหวัด ลดอาการเจ็บคอ เพราะในมะขามป้อมมีสารแทนนินและมีวิตามินซีสูง รสเปรี้ยวของมะขามป้อม สามารถละลายเสมหะได้เป็นอย่างดี – ลดไข้ เนื่องจากมะขามป้อมเป็นยาเย็น จึงช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย ที่มา : https://medthai.com/มะขามป้อม/

คำฝอย

ลักษณะคำฝอย ดอกคำฝอย ออกดอกรวมกันเป็นช่ออัดแน่นบนฐานดอกที่ปลายยอด มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกคำฝอยมีลักษณะกลมคล้ายดอกดาวเรือง เมื่อดอกคำฝอยบานใหม่ ๆ จะมีกลีบดอกสีเหลืองแล้วจึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้ม เมื่อแก่จัดดอกจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง ที่ดอกมีใบประดับแข็งเป็นหนามรองรับช่อดอกอยู่ สรรพคุณ – สมุนไพรดอกคำฝอย สมุนไพรที่ขึ้นชื่อว่าสามารถช่วยลดความอ้วนได้ เป็นยาเกี่ยวกับสตรี ที่ช่วยรักษาอาการต่าง ๆ เกี่ยวกับระบบเลือดได้ เนื่องจากช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ให้ดีขึ้น ช่วยขยายหลอดเลือด ป้องกันโรคหัวใจ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้ ที่มา : https://medthai.com/ดอกคำฝอย/

กระชายดำ

ลักษณะกระชายดำ  เหง้ากระชายดำ นั้นมีลักษณะเป็นรูปทรงกลม เป็นปุ่มปมเรียงต่อกัน และมักมีขนาดเท่า ๆ กัน มีหลายเหง้าและอวบน้ำ ผิวเหง้ามีสีน้ำตาลอ่อน ถึงสีน้ำตาลเข้ม และอาจพบรอยที่ผิวเหง้าเป็นบริเวณที่จะงอกของต้นใหม่ ส่วนเนื้อภายในของเหง้ามีสีม่วงอ่อน สีม่วงเข้ม ไปจนถึงสีม่วงดำ เหง้ามีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและมีรสชาติขมเล็กน้อย[1],[3] โดยกระชายดํา ที่ดีนั้นจะต้องมีสีม่วงเข้มถึงสีดำ กระชายดำเป็นพืชที่ชอบที่ร่ม สรรพคุณ – ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยชะลอความแก่ มีคุณค่าทางคงกระพันชาตรี – ช่วยบำรุงผิวพรรณของสตรีให้สวยสดใส ดูผุดผ่อง (เหง้า) ที่มา : https://medthai.com/โกฐหัวบัว/

โกฐหัวบัว

  ลักษณะโกฐหัวบัว เหง้าโกฐหัวบัว ส่วนของเหง้าคือส่วนที่นำมาใช้ทำยา ซึ่งเรียกว่า “โกฐหัวบัว” โดยเหง้า จะมีลักษณะค่อนข้างกลม ข้อป่อง ปล้องสั้น เมื่อตัดเอารากแขนงออกหมด จะได้เหง้า เป็นรูปค่อนข้างกลมคล้ายกำปั้น ผิวขรุขระเป็นตะปุ่มตะป่ำไม่สม่ำเสมอผิวด้านนอกเป็น สีน้ำตาลไหม้หรือสีน้ำตาลอมเหลือง ผิวสาก เหี่ยวย่น เนื้อแน่น หักยาก รอยหัก สรรพคุณ แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ลดอาการบีบตัว และปวดเกร็ง ของมดลูกบรรเทาอาการ วิงเวียนปวดศรีษะ หากใช้จำนวน น้อยลง สามารถลดความดัน เป็นสมุนไพรที่เหมาะ กับสตรี โดยเฉพาะสตรีหลังคลอดบุตร ที่มา : https://medthai.com/โกฐหัวบัว/

ผิวมะกรูด

ลักษณะผิวมะกรูด มะกรูดเป็นพืชสมุนไพรที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เนื้อไม้แข็ง ลำต้นและกิ่งมีหนามยาวเล็กน้อย มีผลสีเขียวเข้มคล้ายมะนาวผิวเปลือกนอกขรุขระ ขั้วหัว-ท้ายของผลเป็นจุก ผลอ่อนมีเป็นสีเขียวแก่ เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด พันธุ์ที่มีผลเล็ก ผิวจะขรุขระน้อยกว่าและไม่มีจุกที่ขั้ว ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก ๆ สรรพคุณ – ผิวของมะกรูดสามารถช่วยแก้อาการนอนไม่หลับได้ โดยนำผิวของมะกรูดบดรวมกับ รากชะเอม ไพล เฉียงพร้า ขมิ้นอ้อย แล้วนำมาต้มน้ำดื่ม – เป็นยาบำรุงหัวใจ โดยนำผิวมะกรูดฝานสดประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับพิมเสน หรือการบูร ชงในน้ำเดือด แล้วแช่ทิ้งไว้ จากนั้นนำมาดื่ม – ช่วยแก้อาการเป็นลม หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ โดยนำ เปลือกมะกรูดฝานบาง ๆ ชงกับ น้ำเดือดแล้วเติมการบูรเล็กน้อย นำมาดื่มเพื่อแก้อาการ – ช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการจุกเสียด ท้องอืด แน่นท้องได้ – ช่วยขับสารพิษที่อยู่ในร่างกายให้ออกมาทางผิวหนังโดยการนำผิวมะกรูดมาใช้เป็น ส่วนประกอบในการอบซาวน่าสมุนไพร ที่มา : https://medthai.com/ผิวมะกรูด/

กิ่งอบเชย

ลักษณะกิ่งอบเชย  อบเชยเป็นเครื่องยาหรือเครื่องเทศที่ได้มาจากการขูดเอาเปลือกชั้นออกให้หมด แล้วลอกเปลือกชั้นในออกจากแก่นลำต้น โดยใช้มีดกรีดตามยาวของกิ่ง แล้วนำไปผึ่งในที่ร่มสลับกับตากแดดประมาณ 5 วัน และในขณะที่ตากให้ใช้ มือม้วนเอาขอบทั้งสองข้างเข้าหากัน เมื่อเปลือกแห้งแล้วจึงมัดรวมกัน โดยเปลือกอบเชยที่ดีนั้นจะต้องเป็นสีน้ำตาลอ่อนหรือสีสนิม สรรพคุณ – เปลือกต้นและเนื้อไม้ มีรสเผ็ด หวานชุ่ม มีกลิ่นหอม เป็นยาร้อนออกฤทธิ์ต่อไต ม้าม และกระเพาะปัสสาวะ ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย ทำให้ร่างกายอบอุ่น ช่วยกระจายความเย็นในร่างกาย ทำให้เลือดหมุนเวียนดี (เปลือกต้นและเนื้อไม้) – เปลือกต้นใช้ปรุงผสมเป็นยาหอมและยานัตถุ์ ทำให้สดชื่น แก้ปวดศีรษะ แก้อาการอ่อนเพลีย (เปลือกต้น) ที่มา : https://medthai.com/กิ่งอบเชย/

ฝาง

ลักษณะฝาง เป็นไม้พุ่มแตกกิ่งที่โคน ไม่มีปมราก รากสีดำ เปลือกเป็นสัน สีน้ำตาลแกมเทา ลำต้นมีความสูงประมาณ 5-8 เมตร และมีหนามโค้งโดยรอบ ใบเป็นรูปแบบ ใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้นจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง หรือเป็นไม้พุ่ม สรรพคุณ แก่นฝางเมื่อนำมาทำเป็นยาสมุนไพรแล้ว จะมีฤทธิ์บำรุงโลหิต ช่วยขับประจำเดือน บรรเทาอาการท้องร่วง ขับเสมหะ แก้ร้อนใน บรรเทาอาการโลหิตออกทางทวารหนัก และทางปัสสาวะ นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์บรรเทาอาการเลือดออกตามอวัยวะต่าง ๆ ได้ดี เช่น ในลำไส้และกระเพาะอาหาร เลือดกำเดาในจมูก เป็นต้น ที่มา : https://medthai.com/ฝาง/

กำลังเสือโคร่ง

ลักษณะกำลังเสือโคร่ง ต้นกำลังพญาเสือโคร่ง มีถิ่นกำเนิดและพบได้มากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทย เปลือกต้นมีสีน้ำตาลเทาหรือเกือบดำ เปลือกมีต่อมระบายอากาศเป็นจุดๆ เล็กๆ ขาวๆ ลักษณะกลมหรือรีปะปนกันอยู่ เปลือกมีกลิ่นคล้ายกับการบูร เมื่อแก่จะลอกออกเป็นชั้น ๆ คล้ายกระดาษ ที่ยอดอ่อน ก้านใบ เนื้อไม้มีสีน้ำตาลอ่อนออกเหลืองปนขาวหรือค่อนข้างขาว เนื้ออ่อนค่อนข้างละเอียด มีเสี้ยนตรง แข็งปานกลาง มีลวดลายที่สวยงาม และสามารถไสกบ ตบแต่งได้โดยง่าย สรรพคุณ – เปลือกต้นใช้ทำเป็นยาดองเหล้าดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย – ช่วยทำให้เจริญอาหาร (เปลือกต้น) – ช่วยบำรุงเลือด (เปลือกต้น) – เปลือกใช้ต้มเป็นยาบำรุงธาตุในร่างกาย (เปลือกต้น) – บำรุงเส้นเอ็นให้แข็งแรง (เปลือกต้น) ที่มา : https://medthai.com/กำลังเสือโคร่ง/

ม้ากระทืบโรง

ลักษณะม้ากระทืบโรง ต้นม้ากระทืบโรง จัดเป็นไมพุ่มรอเลื้อย เป็นไม้เถาขนาดใหญ่มักเลื้อย เกาะไปตามพรรณไม้ชนิดอื่น มีความสูงได้ถึง 25 เมตร เปลือกมีสีน้ำตาล และสาก มีปุ่มขึ้นคล้าย ๆ หนาม เนื้อไม้สีขาวและมีน้ำยางสีขาว เถามีรสเย็น ส่วนทั้งต้นจะมีรสขมเล็กน้อย มักพบเกาะเลื้อยอยู่ตามต้นไม้ขนาดใหญ่ ในป่าดิบแล้งและป่าดิบเขา สรรพคุณ มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต แก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย และมีสรรพคุณโดดเด่นนั่นก็คือการใช้เป็นยาบำรุงกำลังและบำรุงกำหนัด โดยมักนิยมนำมาดองกับเหล้าไว้ดื่ม หรือที่เรียกว่า ยาดองม้ากระทืบโรง ที่มา : https://medthai.com/ม้ากระทืบโรง/